Tambolsepet ตำบลเซเป็ด

ข่าวสารประชาสัมพันธ์
เรื่อง : เชิญเที่ยวงาน ออกพรรษา ตักบาตรเทโวโรหนะ สักการะพระเจ้าใหญ่ จุดประทีป บูชาไฟ ถวายมานข้าว
เมื่อ : 11 ธันวาคม 2555 เวลา 02:03:46

ใกล้ถึงช่วงออกพรรษาแล้ว ทางวัดนันทาวาส บ้านนาเดื่อ ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี โดยท่านหลวงพ่อพระครูนันทการโกวิท และชาวบ้านในเขตตำบลเซเป็ด ขอเชิญท่านร่วมงานบุญออกพรรษาบูชาพระเจ้าใหญ่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นของชาวบ้าน และ เพื่อเป็นการสักการบูชาพระเจ้าใหญ่อุทุมพรเขตคามพิทักษ์ ซึ่งทางชาวบ้านในเขตพื้นที่ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระประธานที่ประดิษฐ์สถาน ณ วัดบ้านนาเดื่อนั้น ด้วยบารมีของพระพุทธองค์ และด้วยแรงศรัทราอันแรงกล้า ทางชาวบ้านภายในตำบลเซเป็ด และผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน จึงได้พร้อมใจกันจัดงานบุญครั้งนี้ขึ้นมา คือ งานออกพรรษา ตักบาตรเทโวโรหนะ สักการะพระเจ้าใหญ่ จุดประทีป บูชาไฟ ถวายมานข้าว ในระหว่างวันที่ 12 - 13 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ตามกำหนดการดังแนบมาด้วยแล้ว

งบประมาณสนับสนุนจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลเซเป็ด โดยท่านนายกถาวร หลุมทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเซเป็ดพร้อมคณะผู้บริหารและสภาสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเซเป็ดทั้ง 10 หมู่บ้าน จำนวน 20,000 บาท ( สองหมื่นบาทถ้วน ) และชาวบ้านทั้งตำบลเซเป็ด


งานออกพรรษา ตักบาตรเทโวโรหนะ สักการะพระเจ้าใหญ่ จุดประทีป บูชาไฟ ถวายมานข้าว

งานวันพุธ ที่ 12 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ( ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 )
- สักการะบูชาขอพร พระเจ้าใหญ่อุทุมพรเขตคามพิทักษ์ อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคล
- ชมพิธีบูชามานข้าว ซึ่งชาวบ้านถือว่ามานข้าวเป็นดอกไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะเกิดในระหว่างช่วงเข้าพรรษาและยังไม่สัมผัสกับสิ่งใด ๆ จึงถือว่าเป็นดอกไม้ที่บริสุทธิ์ควรค่าแห่งการนำมาบูชาพระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
- ชมขบวนแห่งบังไฟพะเนียงแบบโบราณพร้อมการประชันความงามของบังไฟพะเนียงแบบเต็มอิ่ม
- ชมบะโฮงเฮง ขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 200 ซม.และอีกมากมายหลายขนาดซึ่งเป็นศิลปะหัตกรรมถูมิปัญญาพื้นถิ่น ดังเดิมที่สืบทอดกันมาช้านานจำนวนมากมายไม่น้อยกว่า 250 ลูก
- ท่านจะได้ปล่อยโคมลอยขนาดใหญ่ เพื่อเป็นพุทธบูชา และสะเดาะเคราะห์เสริมชะตา สร้างบารมี ให้แก่ตนเองและ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2554
- เวลา 06.00 น.ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะ ถวายดอกไม้ ข้าวสาร อาหารแห้งในตอนเช้า แด่พระภิกษุสามเณร

ความเป็นมา

เทโว ย่อมาจากคำว่า เทโวโรหนะ ซึ่งแปลว่า การหยั่งลงจาก เทวโลก หมายถึง การเสด็จลงจากเทวโลกของพระพุทธเจ้า ตามตำนาน กล่าวว่า เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงเทศนาโปรดประชาชนในแคว้นต่าง ๆ ของอินเดียตอนเหนือ ตั้งแต่ เมืองราชคฤห์ เมืองพาราณสี เมืองสาวัตถี ตลอดถึงเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นบิตุภูมิของพระองค์ ทรงเทศนาโปรดพระประยูรญาติทั้งหลายถ้วนหน้า แล้วทรงปรารถนาจะสนองพระคุณมารดา ซึ่งหลังประสูติพระองค์ ได้ ๗ วัน ก็สิ้นพระชนม์ และได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ฉะนั้นในพรรษาที่ ๗ หลังจากตรัสรู้พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดาอยู่พรรษาหนึ่ง ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จึงเสด็จลงจาก สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาประทับที่เมืองสังกัสสะประชาชนพากันไปเฝ้าพระพุทธองค์ เพื่อทำบุญตักบาตรอย่างหนาแน่น การตักบาตรเทโวนี้ บางวัดทำในวันออกพรรษา คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ บางวัดก็ทำในวันรุ่งขึ้น คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ทั้งนี้ แล้วแต่ความตกลงร่วมใจทั้งทางวัดและทางบ้าน พิธีที่ทำนั้นทางวัดอัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐานในบุษบก ซึ่งตั้ง อยู่บนล้อเลื่อนหรือคานหาม มีบาตรขนาดใหญ่ใบหนึ่งตั้งไว้หน้าพระพุทธรูป มีคน ลากล้อเลื่อนไปช้า ๆ นำหน้าพระสงฆ์ สามเณร ซึ่งถือบาตรเดินเรียงไปตามลำดับ พุทธศาสนิกชนต่างก็นำข้าว อาหารหวานคาว มาเรียงรายกันอยู่เป็นแถวตามแนวทางที่รถบุษบกเคลื่อนผ่าน คอยตักบาตร อาหารที่นิยมตักในวันนั้น นอกจากข้าวและอาหารคาวหวาน ธรรมดาแล้วก็จะมีข้าวต้มลูกโยนด้วย ซึ่งบางท่านสันนิษฐานว่าในครั้งนั้นผู้คนรอใส่บาตรกันแออัดมาก เข้าไม่ถึงพระ จึงใช้ข้าวก่อ หรือปั้นโยนลงบาตร ประเพณีการตักบาตรเทโว นี้ เนื่องมาจากการเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อมีเหตุการณ์อะไรปรากฏในตำนาน ก็จะปรารภเหตุนั้นๆ เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลเช่นการถวายทาน รักษาศีล เป็นต้น ตักบาตรเทโวจึงเป็นการทำบุญอย่างมโหฬารของพุทธศาสนิกชน นับแต่นั้นมา